จากบทความครั้งที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าแนวโน้มของเศรษฐกิจปี 51 น่าจะดีกว่าปี 50 แต่... อย่างไรก็ดียังมีปัจจัยเสี่ยงอยู่ 2 ประการที่ต้องใช้ความระมัดระวังในการเผชิญหน้ากับปัญหาเหล่านั้น
ปัญหาแรก คือสิ่งที่เราเองไม่สามารถควบคุมได้คือ ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากในปีนี้ น่าจะมีแรงกดดันให้เศรษฐกิจไทยไม่สามารถขยายตัวได้มากตามที่หวัง เพราะหากราคาน้ำมันยังสูงต่อเนื่อง คงไม่สามารถหลีกเลี่ยงการปรับราคาสินค้าขึ้นเพื่อรองรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น เป็นการบั่นทอนกำลังซื้อของผู้บริโภค ทำให้การบริโภคภาคเอกชนที่คาดว่าจะเติบโตในปีนี้ ยังมีความเสี่ยงสูงที่อาจจะไม่สามารถเติบโตตามที่คาดหวังเอาไว้
ปัญหาที่สอง เป็นปัญหาสืบเนื่องจากปัญหาแรกคือเมื่อราคาสินค้าปรับตัวขึ้นมาก ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อปรับเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งผู้ที่มีหน้าที่ดูแลอัตราเงินเฟ้อของประเทศ คือธนาคารแห่งประเทศไทย ก็จะใช้อัตราดอกเบี้ยเป็นเครื่องมือในการหยุดภาวะเงินเฟ้อไม่ให้เพิ่มมากจนเกินไป แต่การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินของภาคเอกชนเพิ่มมากขึ้น และจะทำให้การลงทุนภาคเอกชนไม่สามารถเติบโต แม้ว่าจะมีความชัดเจนในเรื่องของรัฐบาลแล้ว
ปัญหาทั้งสองข้อ จะเป็นบทพิสูจน์ฝีมือที่สำคัญของรัฐบาลชุดใหม่ ว่าจะสามารถนำประเทศฝ่าวิกฤตเหล่านี้ไปได้อย่างไร? และจะสามารถทำตามที่สัญญากับประชาชนเอาไว้ได้หรือไม่
8 ม.ค. 2551
7 ม.ค. 2551
เศรษฐกิจไทยปี 51
เริ่มเขาปี 2551 มาได้ 7 วัน ตอนนี้มีนักวิเคราะห์จากหลายสำนักต่างออกมาพยากรณ์เศรษฐกิจในปีนี้ว่าจะมีทิศทางอย่างไร ส่วนใหญ่ออกมาในแนวโน้มที่ดีกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งกไม่น่าแปลกใจนัก เพราะปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยแทบจะหยุดชะงัก การที่มีตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจ 5% เป็นผลมาจากภาคการส่งออกเปนตัวนำ โดยมีการใชจ่ายภาครัฐเป็นกองหนุน ขณะที่ภาคเอกชนแทบจะไม่มีการขยับตัว ทั้งทางด้านการบริโภคและทางด้านการลงทุน
นอกจากนั้น การปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำและเงินเดือนราชการ จะส่งผลให้มีการขยายตัวของการจับจ่ายใช้สอย และการมีรัฐบาลใหม่จะเกื้อหนุนใหนักลงทุนมีความมั่นใจในการลงทุนมากขึ้นหลังจากต้องชะลอการลงทุนมาแล้ว 1 ปี ประกอบกับการที่รัฐบาลใหม่ไม่ว่าใครจะไดจัดตั้งรัฐบาลกมีแนวโน้มจะใชจ่ายงบประมาณมากขึ้นตามที่ได้สัญญาเอาไว้กับประชาชน ทั้งหมดนี้คือปัจจัยบวกที่จะทำให้เศรษฐกิจในปีนี้สามารถเติบโตได้ดีกว่าปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ดียังมีปัจจัยเสี่ยงอยู่ 2 อย่างที่จะทำให้เศรษฐกิจไม่สามารถเติบโต เอาไว้คราวหน้าแล้วกันนะครับ
นอกจากนั้น การปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำและเงินเดือนราชการ จะส่งผลให้มีการขยายตัวของการจับจ่ายใช้สอย และการมีรัฐบาลใหม่จะเกื้อหนุนใหนักลงทุนมีความมั่นใจในการลงทุนมากขึ้นหลังจากต้องชะลอการลงทุนมาแล้ว 1 ปี ประกอบกับการที่รัฐบาลใหม่ไม่ว่าใครจะไดจัดตั้งรัฐบาลกมีแนวโน้มจะใชจ่ายงบประมาณมากขึ้นตามที่ได้สัญญาเอาไว้กับประชาชน ทั้งหมดนี้คือปัจจัยบวกที่จะทำให้เศรษฐกิจในปีนี้สามารถเติบโตได้ดีกว่าปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ดียังมีปัจจัยเสี่ยงอยู่ 2 อย่างที่จะทำให้เศรษฐกิจไม่สามารถเติบโต เอาไว้คราวหน้าแล้วกันนะครับ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)