24 ธ.ค. 2550

การเลือกตั้ง ส่งสัญญาณอะไร?

ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนฯ (ส.ส.) อย่างไม่เป็นทางการปรากฎว่า พรรคพลังประชาชนเป็นพรรคที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาเป็นอันดับ 1 น่าจะมี สส. จำนวน 224 คน ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาเป็นอันดับ 2 น่าจะมี สส. จำนวน 166 คน ขณะที่ พรรคชาติไทย 42 คน พรรคเพื่อแผ่นดิน 25 คน รวมใจไทยชาติพัฒนา 11 คน มัชฌิมาธิปไตย 7 คน และประชาราช 5 คน

หากวิเคราะห์กันตามตัวเลขจำนวน สส. พรรคพลังประชาชนย่อมมีความชอบธรรมในการจัดตั้งรัฐบาล แต่หากวิเคราะห์ให้ลึกเป็นรายภาคจะพบว่า การเลือกตั้งครั้งนี้พรรคพลังประชาชนได้รับเลือกตั้งมาจากประชาชนภาคอีสานและภาคเหนือเป็นหลัก แต่กลับแพ้อย่างราบคาบในภาคใต้ (ซึ่งไม่น่าแปลกใจ)และกรุงเทพ ส่วนภาคกลางได้รับเสียงมาใกล้เคียงกัน ซึ่งปรากฎการดังกล่าว แสดงให้เห็นการแยกขั้วชัดเจนของประเทศ แสดงว่า 1 ปีที่ผ่านมารัฐบาลล้มเหลวโดยสิ้นเชิงในการสร้างความสมานฉันของคนในประเทศ แสดงว่า พตท. ทักษิณ ยังคงเป็นขวัญใจของชาวอีสานเช่นเดิม เพราะกระแสพรรคสามารถเขี่ยนายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดินให้สอบตกได้ ย่อมแสดงให้เห็นว่า พตท. ทักษิณ คือขวัญใจตัวจริงของชาวอีสาน แสดงให้เห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์ยังต้องทำงานอย่างหนัก เพื่อให้ได้ สส. ในภาคอีสานมากกว่านี้ เพราะการที่พรรคประชาธิปัตย์แพ้การเลือกตั้งเพราะมี สส. ในภาคอีสานน้อยเกินไป และสมควรอย่างยิ่งที่จะเปลี่ยนหัวหน้าทีมภาคอีสาน หรือหากกล้ารับสส. จากพรรคขนาดเล็กในเขตภาคอีกสานมาบ้าง จะทำให้พรรคประชาธิปัตย์แข็งแกร่งมากกว่านี้

อย่างไรก็ดีแม้ว่าพรรคพลังประชาชนจะชนะอย่างขาดลอย แต่ใช่ว่าพรรคพลังประชาชนจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้อย่างง่ายดาย เพราะมีอีกหลายปัจจัย ซึ่งต้องติอตามในบทความชิ้นต่อไป ... ไม่เสร็จศึกอย่างเพิ่งนับศพขุนพล

12 พ.ย. 2550

TQM

หลักการของ TQM หรือ Total Quality Management นั้นได้ถือกำเนิดมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้วตั้งแต่ปี 1923 โดย Walter Shewhart ซึ่งทำงานให้กับบริษัท Western Electric ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของคุณภาพ จะได้พัฒนาทฤษฎีสำหรับกระบวนการทำงานต่างๆ เรียกว่า "Theory of Systems" โดยนำมาประยุกต์ใช้กับการผลิตชิ้นส่วนของโทรศัพท์ ทำให้เกิดหลักการของ PDCA (Plan/Do/Check/Act) ขึ้น
ต่อมาในช่วงทศวรรษ 1950 Deming และ Duran ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกในเรื่องคุณภาพได้ถูกรับเชิญจากบริษัทในประเทศญี่ปุ่นซึ่งในขณะนั้นกำลังประสบปัญหาอย่างมากในเรื่องคุณภาพของสินค้า ซึ่งไม่ได้มาตรฐาน ถึงกับเป็นที่รู้กันว่าถ้าสินค้าผลิตในญี่ปุ่นจะเป็นสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพ เนื่องจากในช่วงนั้นเป็นช่วงต่อจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งสหรัฐฯ นั้นประสบความสำเร็จอย่างสูงจากการดำเนินการผลิตสินค้าในช่วงสงครามโลก ส่วนประเทศญี่ปุ่นซึ่งแพ้สงครามก็กำลังประสบปัญหาอย่างหนัก ดังนั้นผู้เชี่ยวชาญทั้งสองจึงได้ถูกรับเชิญให้เข้าไปสอนผู้บริหารของบริษัทต่างๆ ในประเทศญี่ปุ่น
หลังจากนั้นหลักการของ TQM ก็ได้ถูกพัฒนาและใช้กันอย่างแพร่หลายในประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่ช่วงปีทศวรรษที่ 1950-1970 ซึ่งถือเป็น TQM รุ่นแรก (ภายหลังถูกพัฒนาขึ้นมาอีกหลายรุ่น) จากที่สินค้าตีตราประเทศญี่ปุ่นนั้นจะถือเป็นสินค้าที่ไม่มีคุณภาพ กลายเป็นสินค้าที่เป็นที่ต้องการของตลาดและถือว่าถ้าผลิตในประเทศญี่ปุ่นจะเป็นสินค้าชั้นหนึ่ง จากนั้นประเทศสหรัฐอเมริกาจึงได้เล็งเห็นความสำคัญของ TQM และเริ่มกลับมาสนใจในเรื่องการปรับปรุงคุณภาพอย่างต่อเนื่องอีกครั้งหนึ่งในปี 1980 ส่วนในประเทศไทยเองนั้นเริ่มมีการพูดถึงหลักการดังกล่าวตั้งแต่ราวๆ ปี 1985
องค์ประกอบหลักของ TQM
TQM สามารถแบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ ส่วนที่เป็น First Generation Quality และส่วนที่เป็น Second Generation Quality ซึ่งในแบบแรกหรือ First Generation จะเน้นที่การควบคุมการทำงานในแต่ละวันอย่างต่อเนื่อง โดยการปรับปรุงกระบวนการทำงานที่ต้องประสบอยู่ทุกวัน ยกตัวอย่างเช่น ในการเรียนการสอนต่างๆ ถ้าอาจารย์มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ White Board และปากกาสำหรับ White Board, แปรงลบกระดาน หรือใช้เครื่องฉายแผ่นใส แต่ถ้าพบว่าเกือบทุกครั้งที่ไปสอนนั้นไม่มีอุปกรณ์เหล่านี้ประจำอยู่ในห้องเรียน ทำให้ต้องไปนำอุปกรณ์มาจากห้องอื่นทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นด้วยเหตุผลใดก็ตาม ถ้าสามารถจัดอุปกรณ์เสริมเหล่านี้ได้ โดยที่ผู้สอนไม่จำเป็นจะต้องไปนำอุปกรณ์เหล่านี้มาจากที่อื่นทุกครั้ง จะถือเป็นการปรับปรุงในหลักการของ First Generation Quality ตัวอย่างอื่นๆ เช่น จำนวนเก้าอี้ในห้องไม่เพียงพอต่อนักศึกษา ในกรณีนี้นักศึกษาจะต้องไปนำเก้าอี้มาจากห้องอื่นทุกครั้ง เป็นการรบกวนการเรียนของนักศึกษาและรบกวนการสอนของอาจารย์ ทำให้เริ่มเรียนได้ช้าและไม่มีสมาธิ ดังนั้นหากแก้ไขในเรื่องเหล่านี้ได้ ก็จะถือเป็นการปรับปรุงคุณภาพในแบบ First Generation เช่นกัน
สำหรับ Second Generation Quality นั้นมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Hoshin Kanri ซึ่งได้รับการพัฒนาในประเทศญี่ปุ่น โดย Hoshin หมายถึง เป้าหมายและวิธีการ ส่วน Kanri หมายถึงควบคุม ซึ่งถ้าแปลตรงตัวก็จะได้ความว่าเป้าหมายและวิธีการเป็นตัวควบคุมทุกสิ่งนั่นเอง หรืออีกนัยหนึ่งก็คือการใช้วิธีการที่เปลี่ยนระบบการทำงานเพื่อขึ้นไปสู่ระดับคุณภาพอีกขั้นหนึ่ง
โดย TQM ในทั้งส่วนทั้งสอง Generation นี้จะมี Quality Improvement Team เป็นผู้ดำเนินการโดยการใช้หลักการของ Quality Circles และ Task Items โดยเครื่องมือที่ใช้คือ PDCA และ 7 Basic Tools ซึ่งจะอธิบายถึงในภายหลัง