6 ก.พ. 2551

วันนี้กาแฟของคุณรสชาดเป็นอย่างไร

ถ้วยกาแฟ" แด่เธอผู้เครียด เซ็ง เหนื่อยหน่ายชีวิต "
" ถ้วยกาแฟ"
ที่มา จากฟอร์เวอร์ดเมล์

(เพิ่งอ่านจบ อ่านแล้วโดนใจมาก จึงไม่อาจรอช้าที่จะแบ่งปันกัน เผื่อจะเป็นยาขนานเอกของท่านได้)
ที่มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง แห่งหนึ่งของสยามประเทศ บรรดาศิษย์เก่าที่จบจากสถาบันนี้ แยกย้ายกันไปประกอบอาชีพมีชื่อเสียงในวงสังคมตามวงการต่างๆ มากมาย มีทั้งที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี และที่กระท่อนกระแท่นยังดิ้นรนอยู่ในหน้าที่การงานก็เยอะ
เนื่องในวาระที่อาจารย์พ่อซึ่งเป็นที่เคารพของศิษย์เก่าทุกคน เกษียณอายุ บรรดาศิษย์เก่าจึงถือเป็นโอกาสดีที่จะกลับไปเยี่ยมสถาบัน เพื่อเลี้ยงสังสรรค์และรำลึกถึงอาจารย์พ่อ
หลังจากกินเลี้ยงกันมาได้พักใหญ่ วงสนทนาก็เริ่มเปลี่ยน ไปเป็นการบ่นพร่ำเกี่ยวกับความเครียด ในการทำงานและปัญหาชีวิต แต่ละคน มีปัญหาแตกต่างกันออกไปมากบ้างน้อยบ้าง อาจารย์พ่อฟังปัญหาของลูกศิษย์ทุกคนอย่างตั้งใจ รับฟังโดยไม่มีคำวิจารณ์ หรือนำเสนอความเห็นของอาจารย์เลยแม้แต่น้อย
เมื่อฟังปัญหาของลูกศิษย์จบทุกคน อาจารย์พ่อเสนอเลี้ยงกาแฟกลุ่มลูกศิษย์เก่า ท่านเดินเข้าไปในครัว และออกมาพร้อมกับกาแฟเหยือกโตและถ้วยกาแฟ แบบต่างๆ บ้างเป็นถ้วยกระเบื้องบ้าง เป็นถ้วยพลาสติก และบ้างทำด้วยแก้ว มีถ้วยกาแฟหลายใบที่เป็นแบบพื้นๆ ธรรมดา บางใบ สวยวิจิตรสูงค่า
" อาจารย์ ชงกาแฟใส่เหยือกมาให้แล้ว พวกเธอจัดการรินใส่แก้วดื่มกันเองนะ" บรรดาลูกศิษย์ มองถ้วยกาแฟหลากหลาย ด้วยความสนใจ แล้วพากันเลือกถ้วยกาแฟพร้อมๆ กับรินกาแฟออกมาจากเหยือกใส่ถ้วยต่างกันออกไปเอามือไว้
เมื่อลูกศิษย์ทุกคนต่างมีถ้วยกาแฟในมือกันทุกคน แล้วอาจารย์พ่อ กล่าวว่า
" ลองดูถ้วยกาแฟในมือของพวกเธอ กับถ้วยกาแฟที่เหลืออยู่ในถาดซึ่งไม่มีคนเลือกสิ "
" สังเกตกันรึเปล่า.... ถ้วยสวย ๆ แพง ๆ ถูกเลือกไปหมด เหลือไว้แต่ถ้วยแบบธรรมดาราคาถูก "
" เป็นเรื่องปกติ...ที่พวกเรามักจะเลือก สิ่งที่ดีที่สุดโดยลืมคิดถึงความต้องการที่แท้จริงของเราและ นี่คือที่มาของความเครียดและปัญหาทั้งหลายในชีวิต "
" ความจริงวันนี้สิ่ง ที่พวกเราต้องการแท้จริงคือกาแฟ ไม่ใช่ถ้วยกาแฟ แต่จิตสำนึกกลับ นำพาเราไปเลือกที่ถ้วย มิหนำซ้ำยังคอยชำเลืองมองถ้วยของคนอื่นๆ อีกด้วย
หากชีวิตคือกาแฟ หน้าที่การงาน ตำแหน่งต่างๆ ในสังคม ก็คือ ถ้วยกาแฟ มันเป็นเพียงเครื่องมือ อุปกรณ์ช่วยหยิบจับหรือประคองชีวิตของเรา มันไม่ได้ทำให้เนื้อหาจริงๆ ของชีวิต เปลี่ยนไป บางครั้ง....การมัวเพ่งที่ถ้วยใส่กาแฟ มันก็จะทำให้เราลืมใส่ใจกับรสชาติของตัวกาแฟ "
" ถ้ารู้จักชีวิตที่แท้จริง....ของหรือตำแหน่งหน้าที่ มันก็แค่ส่วนเคลือบ ไม่ใช่เนื้อหาหรือแก่นแท้ที่สำคัญของชีวิต

5 ก.พ. 2551

ความท้าทายของรัฐบาลใหม่

รัฐบาลชุดใหม่ภายใต้คุณสมัคร สุนทรเวชนายกรัฐมนตรี กำลังจะได้เริ่มปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการภายในไม่ช้านี้ ซึ่งการบริหารงานภายใต้วิกฤตการณ์แฮมเบอร์เกอเป็นบทพิสูจน์ความสามารถของรัฐมนตรีและรัฐบาลชุดนี้ ว่าจะสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศภายใต้สถานการณ์นี้ได้ดีตามที่ประชาชนคาดหวังเอาไว้หรือไม่ ซึ่งการกู้วิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้ไม่ง่ายเหมือนครั้งที่ผ่านมา

เพราะวิกฤตคราวนี้มีอยู่ 2 องค์ประกอบใหญ่ที่เราไม่สามารถควบคุมได้ คือ ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น และได้ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ให้สินค้าและบริการทุกอย่างปรับตัวเพิ่มขึ้น ปัญหานี้ไม่ว่าใครมาคุมรัฐบาลก็แก้ไม่ได้ เพราะประเทศเราเล็กจนไม่มีบทบาทในเรื่องราคาน้ำมัน รัฐบาลทำได้เพียงการบรรเทาผลกระทบของราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น

องค์ประกอบที่สอง คือการชะลอตัวของเศรษฐกิจอมเริกาที่มีขนาดเศรษฐกิจประมาณ 1 ใน 3 ของเศรษฐกิจโลก ทำให้กระทบกำลังซื้อโดยรวมของทั้งโลกให้ลดลง ค่าเงินบาทแข็งขึ้น เงินเฟ้อมากขึ้น การแก้ปัญหาของรัฐบาลมีข้อจำกัดค่อนข้างมาก เพราะต้นเหตุของปัญหาอยู่ที่อเมริกา

รัฐบาลชุดนี้มีแนวโน้มที่จะอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจผ่านโครงการเมกาโปรเจค ซึ่งอาจจะส่ผลให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนไปได้บ้าง แต่ผลที่ตามมาคืออัตราเงินเฟ้อจะยิ่งสูงขึ้น ในขณะที่ผลดีของการเติบโตไม่ได้ไปสู่คนกลุ่มใหญ่ เพราะคนส่วนใหญ่ของประเทศคือเกษตรกรและลูกจ้าง ซึ่งมีโอกาสได้รับเงินอัดฉีดจากโครงการเมกาโปรเจคน้อยมาก ส่วนนโยบายอื่นๆ ยังคงต้องรอความชัดเจนในวันเปิดแถลงนโยบายต่อรัฐสภา หากรัฐบาลชุดนี้สามารถแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจได้ตามที่ประชาชนคาดหวังจะทำให้พรรคประชาธิปปัตย์หมดโอกาสเกิดทางการเมืองไปอีกนาน ในทางกลับกันหากทำไม่สำเร็จการเลือกตั้งครั้งหน้าอาจจะเป็นชัยชนะของพรรคประชาธิปปัตย์ เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจครั้งนี้จึงนับว่าท้าทายอย่างยิ่ง และคงต้องติดตามกันอย่างไม่ละสายตา