เมื่อครั้งที่แล้ว เราพูดถึงสาเหตุการลาออกของพนักงาน วันนี้เราลองมาดู เทคนิคการจูงใจลูกน้องให้ทำงาน ว่าจะทำอย่างไรให้พนักงานของท่านเต็มใจและพร้อมในการทำงาน
การจูงใจลูกน้องควรเริ่มต้นจากการพยายามทำให้ลูกน้องอยากจะทำงานให้ด้วยใจ มิใช่เป็นการทำงานด้วยการบังคับหรือสั่งให้ทำ เพราะผลงานที่เกิดขึ้นอาจไม่ดีเท่าที่ควร เขาเล่าให้ฟังว่าลูกน้องแต่ละคนมีความต้องการ มีพฤติกรรมที่แตกต่างกันไป วิธีการจูงใจลูกน้องย่อมแตกต่างกันไปในแต่ละคนด้วยเช่นกัน
พัฒนาความสามารถของลูกน้องด้วยใจ
หัวหน้าควรใส่ใจและตั้งใจจริงที่จะพัฒนาความรู้ ความสามารถของลูกน้อง ไม่ต้องกลัวลูกน้องจะเก่งหรือได้ดิบได้ดีเกินหน้าเกินตา กว่าหัวหน้างาน ซึ่งหัวหน้างานควรให้โอกาสลูกน้องได้รับการฝึกอบรม รวมถึงการให้เวลากับลูกน้องในการพัฒนาความรู้ความสามารถ ไม่ว่าจะเป็นการสอนงาน การเป็นพี่เลี้ยง การให้คำปรึกษาแนะนำเมื่อลูกน้องมีปัญหา ซึ่งหัวหน้างานเองจะต้องตระหนักเสมอว่าการพัฒนาลูกน้องเป็นภารกิจหน้าที่ที่สำคัญนอกจากการบริหารและพัฒนาการทำงานของตนเอง และของหน่วยงาน
ปฏิบัติกับลูกน้องด้วยความเป็นธรรม
ความยุติธรรมในการปฏิบัติกับลูกน้องแต่ละคนเป็นสิ่งที่สามารถจูงใจลูกน้องให้ทำงานได้เช่นกัน หัวหน้างานไม่ควรลำเอียงหรือเลือกที่รักมักที่ชัง ไม่ว่าจะเป็นการมอบหมายงาน การประเมินผลการทำงาน การกล่าวยกย่องชมเชย การลงโทษ การว่ากล่าวตักเตือนพนักงาน รวมถึงการพิจารณาให้ค่าตอบแทนแก่พนักงาน
ให้ความเป็นกันเองกับลูกน้อง
บรรยากาศและสภาพแวดล้อมการทำงานเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สามารถจูงใจให้ลูกน้องทำงานให้ หัวหน้างานควรสร้างบรรยากาศในการทำงานให้เป็นกันเอง ทำเสมือนสถานที่ทำงานเป็นบ้านหลังที่สอง พยายามสร้างความอบอุ่นในการทำงานให้กับลูกน้อง ซึ่งมีหลากหลายวิธีการที่จะสร้างความเป็นกันเองกับลูกน้องของตนได้ ไม่ว่าจะเป็นการเปิดโอกาสให้ลูกน้องแสดงความคิดเห็น การจัดให้มี Morning Talk เพื่อพูดคุยหรือปรึกษาปัญหาที่เกิดขึ้น หรือการจัดเลี้ยงสังสรรค์ในโอกาสพิเศษแก่ลูกน้องในทีม
เปิดโอกาสให้ลูกน้องมีความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน
หัวหน้างานควรตระหนักถึงความก้าวหน้าในสายอาชีพของลูกน้อง ไม่มีใครที่ต้องการอยู่เฉย ๆ โดยไม่หวังตำแหน่งงานหรือความก้าวหน้าในอาชีพของตน ซึ่งหัวหน้างานควรจัดเตรียมเส้นทางความก้าวหน้าของตำแหน่งงานให้กับลูกน้องด้วย ไม่ว่าจะเป็นการเลื่อนตำแหน่งงาน การเปิดโอกาสให้ลูกน้องหมุนเวียนเปลี่ยนงาน หรือโอนย้ายงานข้ามหน่วยงาน ผู้ที่เป็นหัวหน้างานที่ดีไม่ควรกักกันให้ลูกน้องทำงานอยู่กับตนเองเพียงฝ่ายเดียว ควรปล่อยให้ลูกน้องมีโอกาสเติบโตในสายงานอื่นตามที่พวกเขาต้องการ
28 ก.ย. 2550
23 ก.ย. 2550
ทำไม "พนักงานจึงลาออก"
ปัญหาและอุปสรรคที่สำคัญอย่างหนึ่งในการพัฒนาองค์กร ก็คือการขาดบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ โดยเฉพาะในปัจจุบัน องค์กรส่วนใหญ่จะมีอัตราการลาออกของพนักงานเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ต้องสูญเสียเวลาและทรัพยากรเป็นอย่างมาก ในการหาทรัพยากรบุคคลใหม่มาทดแทนและฝึกอบรมเพื่อให้พนักงานใหม่สามารถทำงานทดแทนพนักงานคนเดิมที่ลาออกไปได้
สาเหตุของการลาออกจากงานเท่าที่ประมวลได้จากการสอบถามและการสัมภาษณ์ที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ มีดังต่อไปนี้
1.ไม่พอใจอัตราค่าจ้าง 2.งานไม่ตรงกับสายวิชาที่เรียนมา 3.งานหนัก 4.ที่พักอยู่ไกลที่ทำงาน และเดินทางไม่สะดวก
5.ที่ทำงานอบอ้าวอุดอู้ คับแคบอากาศร้อน เสียงดัง 6.ไม่มีค่าล่วงเวลา 7.ผู้บังคับบัญชาไม่เอาใจใส่พนักงาน 8.เข้ากับผู้ร่วมงานไม่ได้ 9.ผู้บังคับบัญชาตำหนิรุนแรงหรือดุด่า 10.ทำงานต่ำกว่าคุณวุฒิ 11.ไม่พอใจสวัสดิการ 12.ม่มีความก้าวหน้าในงานที่ทำ
13.สภาพแวดล้อมในการทำงานไม่ดี 14. ผู้บังคับบัญชาไม่สอนงานดีแต่ดุว่า 15.มีความคาดหวังในงานสูงและผิดหวัง 16. มีแต่ตำหนิไม่มีคำชม 17.ขาดความอบอุ่นใจ 18.ผู้บังคับบัญชามีอคติ 20. การชักจูงจากเพื่อนในที่ทำงานซึ่งมีรายได้สูง
21. เบื่องานและผู้บังคับบัญชา 22. ได้งานที่ดีกว่า ค่าตอบแทนสูงกว่า 23. ได้รับข้อเสนอตำแหน่งสูงกว่าเดิม
หัวหน้าหรือผู้บริหารหลายคน มักจะแก้ปัญหาพนักงานลาออกด้วยการเพิ่มเงินเดือน แต่หากลองพิจารณาสาเหตุของการลาออกส่วนใหญ่ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องของเงินเดือน เพราะฉะนั้นการปรับเงินเดือนขึ้น จึงไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาการลาออกของพนักงาน แต่วิธีการที่ดีที่สุด คือ "เพิ่มความใส่ใจในตัวพนักงานของท่านให้มากขึ้น"
สาเหตุของการลาออกจากงานเท่าที่ประมวลได้จากการสอบถามและการสัมภาษณ์ที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ มีดังต่อไปนี้
1.ไม่พอใจอัตราค่าจ้าง 2.งานไม่ตรงกับสายวิชาที่เรียนมา 3.งานหนัก 4.ที่พักอยู่ไกลที่ทำงาน และเดินทางไม่สะดวก
5.ที่ทำงานอบอ้าวอุดอู้ คับแคบอากาศร้อน เสียงดัง 6.ไม่มีค่าล่วงเวลา 7.ผู้บังคับบัญชาไม่เอาใจใส่พนักงาน 8.เข้ากับผู้ร่วมงานไม่ได้ 9.ผู้บังคับบัญชาตำหนิรุนแรงหรือดุด่า 10.ทำงานต่ำกว่าคุณวุฒิ 11.ไม่พอใจสวัสดิการ 12.ม่มีความก้าวหน้าในงานที่ทำ
13.สภาพแวดล้อมในการทำงานไม่ดี 14. ผู้บังคับบัญชาไม่สอนงานดีแต่ดุว่า 15.มีความคาดหวังในงานสูงและผิดหวัง 16. มีแต่ตำหนิไม่มีคำชม 17.ขาดความอบอุ่นใจ 18.ผู้บังคับบัญชามีอคติ 20. การชักจูงจากเพื่อนในที่ทำงานซึ่งมีรายได้สูง
21. เบื่องานและผู้บังคับบัญชา 22. ได้งานที่ดีกว่า ค่าตอบแทนสูงกว่า 23. ได้รับข้อเสนอตำแหน่งสูงกว่าเดิม
หัวหน้าหรือผู้บริหารหลายคน มักจะแก้ปัญหาพนักงานลาออกด้วยการเพิ่มเงินเดือน แต่หากลองพิจารณาสาเหตุของการลาออกส่วนใหญ่ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องของเงินเดือน เพราะฉะนั้นการปรับเงินเดือนขึ้น จึงไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาการลาออกของพนักงาน แต่วิธีการที่ดีที่สุด คือ "เพิ่มความใส่ใจในตัวพนักงานของท่านให้มากขึ้น"
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)